Far's profileFarjang : Nice to meet U...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    เสน่ห์...ผ้าบาติก

    เสน่ห์...ผ้าบาติก

    เป็นคนชอบผ้าบาติกม๊าก มาก....มันมีเสน่ห์ของตัวมันเอง... เลยอยากเรียนรู้วิธีการทำ...มีโอกาสเข้ามา...ก็เลยได้ไปทำ...

    ผลงานที่ทำเป็นเพิ่งเริ่มทำได้ 2 เดือน ส่วนใหญ่เป็นผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน...ผ้าคลุมไหล่... เสื้อยืดลายบาติก 

    ถ้าใครสนใจ ชอบผ้าบาติก  หรืออยากมีไว้ใช้  เมล์มาถามได้คะ  far_jung@hotmail.com   ฟ้าคะ

    เอาแต่ดีๆ

    เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา
    จงเลือกเอา  ส่วนที่ดี  เขามีอยู่
    เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู
    ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
    จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว
    อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
    เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย
    ฝึกให้เคย มองแต่ดีมีคุณจริง


    ท่านพุทธทาส

    สวัสดีปีใหม่ ชวนเที่ยวตรัง

      :) กลับมาจากปีใหม่ก็เกือบเดือนแล้ว  แต่รู้สึกเพิ่งกลับมานี่เอง  อาจจะเพราะกลับมาก็ยุ่งๆเรื่องงานเลย  แทบจะไมได้ทำงานอดิเรกเลย  ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้ไปไหน กลับบ้าน วันรวมญาติ พ่อแม่รอรับอยู่ที่บ้าน การเดินทางช่วงเทศกาลต้องจองตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือนๆๆ  ปกติเราก็กลับรถทัวร์  นานมากแล้วที่ไม่ได้นั่งรถไฟ  เนื่องจากไม่ทันเวลาทำงานและอีกอย่างความล้าช้าของรถไฟเกิดขึ้นบ่อย  เมื่อก่อนไม่มีงานทำก็ต้องเดินทางโดยรถไฟเพราะมันประหยัดเงิน  พอมีงานทำให้ลืมการเดินทางด้วยรถไฟไปเลย  ถ้าเดินทางกลางวันก็จะเห็นชีวิตรายทางดีเหมือนกัน  แต่คราวนี้ก็เดินทางกลับโดยรถทัวร์เช่นเคย  รถทัวร์ที่กลับคือศรีสุเทพทัวร์ ป.2 ไม่มีห้องน้ำ  ป.1ก็ของทรัพไพศาลทัวร์  ส่วนใหญ่ก็กลับ 2 สายนี้  เคยกลับของบขส.ขอบอกว่าบริการแย่มากเลย  ก็เลยไม่ชอบเดินทางของบขส.เท่าไหร่  ถ้าปรับปรุงดีกว่านี้ ทุกคนก็อยากใช้บริการ  ขึ้นรถที่สายใต้ใหม่คราวนี้มีของพะรุงพะรังแต่โชคดีที่น้องชายไปหาและกลับมาพร้อมกัน  กลับคราวนี้ถึงเร็วมากเพราะคนขับรถ  ขับน่ากลัวมาก  แต่ก็ไปถึงอย่างปลอดภัย  ... เอยยยย... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้วตู  จากปกติขึ้นรถ 19.40 ไปถึงตรังก็ประมาณ 07.30 น. แต่คราวนี้ไปถึง 6 โมงเช้า เร็วๆจริงๆ  ไปถึงตรังก็ไม่ได้ถึงบ้านซะทีเดียวเพราะต้องไปหาแม่ที่ขายของอยู่จังหวัดกระบี่  การเดินทางไปกระบี่มีรถหลายสายผ่าน ไม่ว่าจะเป็นหาดใหญ่ - ภูเก็ต , ตรัง-ภูเก็ต  สามารถไปลงกระบี่ได้สะดวก ไปเจอพ่อแม่ที่ขายของอยู่ที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่  ของขายไม่ดี  อาจจะเพราะยางพาราราคาถูกลง  พอดีแม่ชวนไปงานแต่งงานญาติฝ่ายแม่ที่อยู่ อ.ทุ่งสง  ก็เลยนั่งรถไปด้วยกัน ไปถึงงาน ตาก็มาเยี่ยมญาติๆที่แถวทุ่งสงด้วย  อ.ทุ่งสงอยู่ในเขต จ.นครศรีธรรมราช  ก็ได้เข้าไปญาติๆทางแม่หลายๆคน  จำเกือบไม่ได้  เป็นผู้เฒ่าผู้แก่กันหมดแล้ว  ถือโอกาสไปสวัสดีปีใหม่ด้วยเลย  กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 5 โมงกว่าแล้ว  ก่อนถึงบ้านแวะ center point เมืองตรัง  อิอิอิอ ไม่ใช่มีแต่กรุงเทพฯนะ  ที่ตรังก็มี  แต่เป็น Ceneter Point ของกินนะจ๊ะ  แหล่งรวมอาหาร  เค้าว่าคนตรังเป็นคนช่างกิน มีอาหารกินตั้งแต่เช้าจนโต้รุ่งกันเลยก็ว่าได้  โชคดีคราวนี้ได้เจอเพื่อนๆสมัยมัธยม  ดีใจจัง ได้ข่าวเพื่อนๆหลายๆคนก็มีครอบครัว  มีลูกๆกันก็หลายคนแล้ว 555+ เป็นป้า เป็นน้าไปแล้วเรา.... แก่ขึ้นอีกแล้วซินะ  คุยเพลินกว่าจะกลับบ้านก็ 5 โมงกว่าแล้ว  อากาศที่ตรังแปรปรวนไปมากเหมือนกัน  ปกติปีใหม่ของทุกปีจะเข้าหน้าร้อนและน่าเที่ยวทางทะเลที่สุด แต่คราวนี้ฝนตก มีลมแรง แผนที่วางไว้ว่าจะไปดำน้ำก็เลยต้องยกเลิกไป  เพราะฝนตกทุกวัน  

      และแล้ววันที่ 31 ธันวาคม 2551 ก็มาถึง  แต่ก็ไม่ได้ไปไหนเลยเพราะเจอฝนทุกวันเลย  ก็เลยต้องเลี้ยงฉลองกันที่บ้าน ทำบาบิคิวทานกันในครอบครัว ในตัวเมืองมีงาน count down ที่หอนาฬิกาเมืองตรัง ไม่ได้ไปเพราะฉลองกันที่บ้านเต็มบ้านแล้วก็เลยไม่ได้ไปกัน  แต่ใกล้เที่ยงคืนก็ไปรับน้องสาวที่ทำงานอยู่ภูเก็ต  กลับมาถึงบ้านก็เที่ยงคืนพอดี จุดพลุกันสนุกสนาน สอนเด็กๆเล่นดอกไม้ไฟ  ไฟเย็น 5555+ สนุกสนานกันอีกแบบ

       นึกว่ากลับบ้านคราวนี้คงไม่ได้เที่ยวแน่ๆเลย  แต่โชคดีเหลือเกินที่มีพี่ๆ จากหาดใหญ่แวะมาที่ตรัง  เลยชวนเที่ยวหาดปากเมง จ.ตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากตรังประมาณ 40 กม. เมื่อก่อนนั่งมอเตอร์ไซต์กันไป สนุกสนานตามประสาเด็กๆ เส้นทางนี้ไปสามารถไปหาดเจ้าไหม หาดยาว หาดหยุงหลิง หาดฉางหลาง  และมีท่าเรือไปดำน้ำตามเกาะของจังหวัดตรังได้ ไม่ได้ไปนานมากแล้ว  อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะเหมือนกัน  ดูเหมือนๆพัทยาเหมือนกันนะ  แต่ศิวิไลคงไม่เยอะเท่ากับพัทยา  มีอาหารเยอะกว่า นั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็น  รู้สึกดีไปอีกแบบ  อืมมม กลับบ้านด้วยความอิ่มเอิบใจ  กลับไปคราวนี้ได้เจอพ่อแม่ น้องๆ หลานๆ และเพื่อนๆก็มีความสุข  ไปเติมกำลังใจกลับมาทำงานกันต่อไป

    อัมพวา

        เป็นอีกครั้งที่ได้มีโอกาสไปเที่ยว  อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  ไปกับพี่ๆในออฟฟิต  ไม่ใช่กลุ่มที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน  ก็ไม่รู้จะสนุกแค่ไหน่  แต่ตอนไปเกาะเสม็ดก็สนุกดี  555+ คนอื่นไม่รู้  เราก็สนุกกันตามประสาคนอยากเที่ยว  คราวนี้ก้อเหมือนกัน  ค่าเดินทางครั้งนี้ 1,800 บาท  ก็แพงกว่าๆหลายๆที่  ที่ไปมา  อย่างว่าละนะเที่ยอย่างไฮโซ  เรานะไม่ค่อยได้ไปหรอก  ถ้าไม่ใช่เพราะกลุ่มนี้ก็คงไม่ไป  ถึงแม้จะไม่ชอบใจใครบางคน แต่เราก็สนุกกับคนอื่นได้ จริงมั๊ย  คิดบวกเข้าไว้ อิอิอิอิอ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรกับการเดินทางครั้งนี้.........

    Suratthani Pangnga Phuket

     

    Suratthani Pangnga Phuket

            Long time ago.... ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์งามยามดี  มาดูแลบ้านตัวเองสักที  ปัดฝุ่นเรื่องราวที่ล้างลามาหลายเดือน  กับการเดินทางครั้งใหม่  แต่หัวใจของการเดินทางก็ยังคงมีเหมือนเดิม  วันที่ 17  - 18  กรกฎาคม 2551 เป็นวันอาสฬบูชาและวันเข้าพรรษา ทางบริษัทหยุดให้วันศุกร์ ก็เลยนัดกับน้องๆเพื่อนจะเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ขายของ  การเดินทางครั้งนี้เป้าหมายคือไปหาพ่อแม่  และไปดูน้องๆและหลานๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง  โดยชวนน้องชายที่เรียนอยู่ที่นี่ไปด้วย  ออกเดินทางจากกรุงเทพฯเวลา 2 ทุ่มไปรถของบขส.  การไปรถของบขส.เราจะประหยัดเงินในกระเป๋าเรา  แต่อย่า!!!คาดหวังจะได้รับการบริการที่ดีจากทางบริษัทเลย  สิ่งที่ไม่น่าประทับใจ  หรือไม่ได้ดังใจนัก  ขึ้นรถคันไหนไม่ตรงกับที่ระบุเลย  ช่วงเทศกาลผ้าห่มไม่พอคนขับรถแจ้งอย่างนั้น แถมน้ำแอร์รั่วอีกตะหาก  สรุปแล้วถ้าไปขึ้นรถคันอื่นได้  ก็จะไม่เลือกรถของบขส.อีกแล้ว!!!  การเดินทางไปถึงจุดแรกคือสุราษฎร์ธานี จากที่พนักงานบอกว่าจะมาถึงเวลาตี 5  แต่ปาเข้าไป 7 โมงเช้าคร้าบท่าน  บ่นไปชิมไป....แบ๊ว!!! ไม่ใช่  ก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยตามประสา เราจบจากที่นี่ นานมาแล้วที่ไม่ได้มา  ทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ตอนสมัครมาลงเรียนที่สุราษฎร์ธานี  ที่เลือกเรียนเพราะเป็นจังหวัดที่ไม่เคยมา เหตุคือแค่นี้จริงๆที่เลือกมาที่นี่  ใครฟังก็คิดว่าตลกแน่ๆ  มีความหลังมากมายจากที่นี่  สนุกสนาน  เคร่งเครียดกับการเรียน  เฮฮาปาร์ตี้ของเด็กมาหาลัย ... นึกๆแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้สักที  ก็สนุกไปอีกแบบนะชีวิตนักศึกษานะ  แต่ตอนนี้เป็นป้าไปแว้วตู  มีหลานกะเค้าไปแล้ว 2 ตัว  มันซนม๊าก มาก ชายทั้งคู่  นั่งรถเมล์ หรือรถสองแถว  "เคยเจอหนูๆเคยถามพ่อว่า  ทำไมถึงเรียกรถสองแถวพ่อ  พ่อตอบว่าก็มันมีที่นั่ง 2 ข้างเลยเรียกว่ารถ 2 แถวไงละ  เด็กก็บอกว่างั้นมีมานั่งตรงกลางก็เรียกว่า 3 แถวงั้นซิพ่อ พ่อไม่ตอบลูกชายแล้วก็ยิ้มน้อยๆ  งะงะ นึกแล้วถ้าเป็นเราจะตอบยังไงดีหว่า"  เราก็มาลงที่ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานีเพื่อเจอน้องที่นี่  ได้ไปถ่ายรูป อยากมีกล้องสักตัวที่เจ๋งกว่านี้  แต่ก็ม่ายตังค์   ทั้งปี.... ทำไมถึงเป็นคนเยี่ยงนี้  ม่ายเบี้ยทั้งปีเลยตู  แต่ก็เที่ยวมันอยู่นั่นละ  ว่าแล้วก็บ่นอีกตู  ไปดูบ้านเช่าของน้องดูสบายดี  ก็คุ้มที่แลกกับความสบายใจ  คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก  ยิ่งลูกสะใภ้กับแม่ยาย  555+
           ออกเดินทางจากสุราษฎร์ธานี 9 โมงเช้า  ค่ารถช่วงนี้ขึ้นราคาจากเดิมมาเลย  จาก 130 บาท  ก้อเป็น 190 บาท/คน  ที่เราไปลงคือบ้านท่าอยู่  ก็ไม่แน่ใจนะว่าอยู่ในพังงาหรือภูเก็ตกันแน่   และแล้วเราก็ถึงที่สักที  แถมด้วยหลานชาย  เจ้าพีพี  ทำเรื่องอีกแว้ว  มันอ๊วกในรถ  เต็มเบาะที่นั่งเลย  เจ้าหลานชายตัวดี  ทำแล้วก็ไม่บอกด้วยนะ  ลงจากรถถึงรู้ว่ามันอ๊วก  สงสัยคนขับรถต้องด่าตามหลังแน่  แม่มารับไม่ใช่รถของตัวเองให้น้าที่ขายของด้วยกันมารับ  เพราะรถสายคลัคซ์ขาด  ส่อแววจะมีเรื่องวุ่นๆๆอีกแว้ว  ตลอดการเดินทางฝนตกตลอดเลย  พ่อบอกว่ามาต้นเข้าพรรษาก็แบบนี้ละ  ฝนตกทุกวัน  ทั้งวัน  ทำให้ที่แม่ขายของแฉะไปด้วยโคลนเพราะดินมันไม่แน่น  กับข้าวมื้อนี้มีข้าว  ไก่ทอด  ผัดสะตอกุ้ง  แม่ต้มขาไก่บ้านอีก  อร่อยไปอีกมื้อนี้  แม่ทำอาหารเก่ง  และจะจำได้ว่าลูกๆชอบทานอะไรบ้าง  เวลากลับบ้านแม่มักจะถามว่า  อยากกินอะไรบ้าง  เดี๋ยวจะทำไว้ให้  อิอิอิ  มีแม่ดีเป็นศรีแก่ลูกๆๆแบบเรานี่ละ  พ่อกับแม่แก่ลงไปเยอะ  เมื่อไหร่จะหยุดอยู่บ้านสักที  คำตอบคือส่งน้องชายให้เรียนจบก่อน  เป็นอีกครั้งที่ได้รับคำตอบแบบนี้  แต่ดูท่านก็ดีใจที่เราได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน   ขาดแต่น้องสาวคนที่ 3 ที่อยู่ในช่วงของทดลองงาน  การคุยกันก็สนุกสนาน  ตามประสาพ่อแม่ลูกและหลานๆที่ไม่เจอกันนาน  ทุกอย่างมันเรียบๆๆๆ  ไม่เหมือนอยู่กรุงเทพฯเลย  เวลามันรวดเร็วม๊าก มาก  จนทำให้เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก  กลับเจอพ่อแม่ก็เหมือนกับมาเติมกำลังใจอย่างหนึ่งนะ  พ่อแม่เลี้ยงลูก 5 คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่าไหร่แล้ว  เราแค่นี้เองทำงานนั่งโต๊ะ  ไม่ได้เหนื่อยอะไร  เรายังบ่นแล้วบ่นอีก  เมื่อดูพ่อแม่ทำให้เราเข้มแข็งได้  งะงะ  ไม่เชื่องะดิ  อันนี้ก็แล้วแต่ละกันนะ  วันรุ่งขึ้นก็เป็นการเดินทางอีกครั้ง  ชีพจรลงเท้าจริงๆเลยตู  อยู่วันเดียวต้องไปอีกแว้ว 
           วันนี้เดินทางไปหาน้องสาวที่ภูเก็ต  ไปดูว่าการงานเป็นไงบ้าง  ความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง  และไปเยี่ยมเพื่อนด้วย  แป๋วเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน สนิทสนมกันมาก  ขนาดทะเลาะจะเป็นจะตาย  ก็ยังดีๆกันอยู่  ผิดกับอีกหลายๆคนที่ทะเลาะกัน  เค้าก็ชิงชังเราไปเลย  เอยยยย  พูดยากเน๊อะการที่จะได้เพื่อนที่จริงจังสักคน  แป๋วเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่คุยได้ทุกเรื่อง  เข้าใจกันมา  อาจจะผิดใจ  น้อยใจกันบ้าง  แต่เพื่อนก็คือเพื่อนละหว่า  ถึงแม้คนที่เคยเคืองกันอยู่  ก็ยังอยากที่จะกลับไปพูดคุยกันเช่นเดิม  แต่มันไม่รับโทรศัพท์ตู....ก็ปล่อยมันไปซะ  คิดมากรกสมองเปล่าๆ  การเดินทางไปภูเก็ตครั้งนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้เน๊อะ  ไปบ่อยม๊าก  แต่ภาพบรรยากาศก็ยังคงทำให้เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้ไป  พร้อมกับเพื่อนๆ  ถ้ามีหลายคนก็สนุกกว่านี้แน่นอน  คราวนี้เอาน้องชายสุดท้องน้องรักร่วมเดินทางไปด้วย  เปิดหูเปิดตาให้กับเค้าบ้าง  ถึงฝนจะตกเราก็ไม่หวั่น  สนุกสนานกันทุกสถานที่เลยทีเดียว  และได้เจอน้องสาวในตอนค่ำ  การงานโอเค  ไม่มีปัญหาอะไร  ก็ดีใจกับน้อง  จบกันไปแล้วอีกคน  แยกย้ายกันคนละทิศละทางเลยจริงๆ  ต่อไปคงหาโอกาสเจอกันยากแล้ว  เราว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว  ยิ่งมีอายุยิ่งขาดเพื่อนลงไปทุกที  จริงรึป่าวสัจจธรรมนี้   แต่อะไรก็ไม่เที่ยง  มันเป็นอย่างนี้เอง  ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ไม่มีอะไรที่แน่นอน  ตอนค่ำของวันนั้นก็มีความลับระหว่างเพื่อนมากมายที่เล่ากัน  ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ  ปาเข้าไปตี 5 กว่าจะได้นอน  หลับคาทีเลย   มานั่งคิดคุยอะไรกันนักหนาวะ  ตี 5 กว่าจะได้นอน  55+ ไม่รู้เหมือนกัน  แต่มันเพลิน  ปรับความเข้าใจกันหลายๆเรื่อง  ทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี
          การกล่าวอำลาก็มาอีกครั้ง  หลังจากกลับมาจากบ้าน  รู้สึกเหงาๆเศร้าๆทุกครั้งเลย  อีกนานกว่าจะได้เจอกัน  ว้าเหว่พิกล  แต่ด้วยภาระหน้าที ก็ต้องกลับมาลุยกันต่อไป  พ่อแม่ก็ดีใจที่ลูกๆไปเยี่ยม  ลูกๆก็ดีใจกลับไปเติมกำลังใจกลับมาตั้งใจทำงาน  ตั้งใจเรียน  เพื่อจะได้เจอกันอีกครั้ง

    ทริปสงกรานต์ 2551

    สงกรานต์ 2551ก็คงเหมือนกับทุกๆปีที่มีมา  เมื่อก่อนสงกรานต์ทุกปีจะวุ่นกับการช่วยพ่อแม่ขายของ  เพราะช่วงนี้ช่วงได้เงิน  มีการจัดงานกันหลายที่  บางปีก็ขายดี  บางปีก็ขายไม่ค่อยดีนัก  ขึ้นอยู่กับสถานที่ด้วยเหมือนกัน  ตอนนี้ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ  ก็ยังกลับใต้  แต่ส่วนใหญ่ก็กลับไปเที่ยวซะมากกว่า  ปีก่อนหน้านี้ก็ไปทริปเกาะสมุยกับเพื่อนๆ  เป็นการเริ่มต้นทริปที่สนุกมาก  ได้เที่ยวทะเล  ได้ชมสถานที่  ได้ไปแดนซ์กระจาย  ก็สนุกสานไปตามประสาของคนโสด  หลังจากนั้นอีกปีก็ไม่ได้เจอเพื่อนๆ  ก็เลยไปขายของกับพ่อ  ขายดีม๊าก มาก  ครั้งนี้มีเหตุการณ์ให้ตื่นเต้น คือต้องขับรถพ่อแม่กลับตรัง  ที่ทำให้ตื่นเต้นเพราะเพิ่งไปเรียนขับรถมาได้แค่ 16 ชม.เอง 55+ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ขึ้นถึงบ้านอย่างปลอดภัย สำหรับปี 2551 ก็กลับใต้อีกเช่นเคย  ช่วงมกราคม - เมษายน ทะเลทางใต้น่าเที่ยว  ทริปที่จัดขึ้นก็ไปทะเลซะส่วนใหญ่  ก่อนเดินทางต้องเตรียมตัวจองตั๋วตั้งแต่มีนาคม  เคยมีประสบการณ์ว่าจองตั๋วช่วงสงกรานต์ไม่ได้  ต้องกลับรถเสริม  และทำให้รู้สึกไม่ประทับใจกับทรัพย์ไพศาสทัวร์เลย  ขายตั๋วเสริม  แต่ไม่มีการจัดการ  คิดแต่จะขายตั๋วอย่างเดียว  ไปถึง 4 โมงเย็นได้ขึ้นรถ 3 ทุ่ม  เพราะเค้าให้เราไปรอรถเอง  ไปหารถเอง  หงุดหงิดไปเลย ครานนี้ก็เลยไม่พลาดแว้ว  ก่อนเริ่มทริปได้ถามเพื่อนร่วมก๊วนกันว่าจะไปกระบี่กันมั๊ย  รู้จักพี่เค้าที่ blue bay resort  ห้องพักคืนละ 400 บาท เค้าขายฝาหรั่งแบกเป้มาพัก  คำนวณแล้วไม่เกิน 2000 บาท  เพื่อนๆก็โอเค  ทริปนี้เริ่มวันที่ 14-16 มีนาคม  วันที่ 13 เมษา ทุกคนได้สนุกกับครอบครัว  เราก็ได้รดน้ำพ่อกับแม่ด้วย  ได้ช่วยขายของด้วย  ได้ซื้อเสื้อลายดอกให้พ่อแม่ใส่  และถ่ายรูปมาฝากด้วย  ปีนี้พ่อแม่ขายของที่กระบี่  ก็เลยสะดวกที่จะไปเจอกัน  วันที่ 14 เมษาออกเดินทางไปบขส.กระบี่ นัดเพื่อนๆไว้บ่ายโมงแต่เพื่อนๆมาจากหาดใหญ่ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ทำให้การเดินทางล้าช้า  กว่าจะรวมตัวได้ครบก็ประมาณ 5 โมงแล้วก็เลยไม่ได้ไปไหนเลย ไม่ได้ไปเที่ยวกระบี่นานแล้ว ทำให้รู้สึกแปลกตาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสัญญาณไฟแดงของที่นั่น  มีมนุษย์หินถือสัญญาณไฟอยู่  ว่างๆจะเอารูปมาฝากนะคะ วันแรกเราก็ไปเที่ยววัดถ้ำเสือกัน อิอิอิที่แปลกคือ ที่พักของพระใหญ่จริงๆ(ไม่ขอเอ่ยนามไปดูกันเอง)  เย็นวันนั้นได้ผอ.นิธิ มงคลประดิษฐ์ ผอ.ประจำศูนย์เตือนภัยสึนามิ ศูนย์เจ้าฟ้า จ.กระบี่ และเป็นเจ้าของ Resort ที่เราพักอยู่ เป็นเจ้ามือเลี้ยงมือเย็นน้องๆครั้งนี้  ห้องพักสวยคะ  คือละ 400 ไม่แพงเลยจริงๆ  และไม่แพงที่จะซื้อกำไรให้ชีวิตในทริปนี้  อาหารอร่อย  อิ่มไปตามๆกัน  กิจกรรมตอนกลางคืนก็หนีไม่พ้น ... กิจกรรมเล็กๆบอกบ่ได้  555+ โม้กันคะ  ไม่เจอะกันนานเลย  กว่าจะนอนก็ตี 1 กว่าแล้ว  วันที่ 15 เมษา  ตื่นกันแต่เช้าเลย  วันนี้ผอ.นิธิ ก็เป็นไกด์ให้พวกเราเช่นเคยคะ  พาไปทานติ่มซำกันคะ  อร่อยดีคะ  แต่ที่บ้านเราอร่อยกว่า 55+ ขี้โม้จริงๆๆ   ลงเรือกัน 9 โมงคะ  ลงเรือหางยาวหรือเรือหัวโทง  มุ่งหน้าสู่ทะเลแหวก จุดที่ 1 ริมทางมีเกาะตื่นตาตื่นใจหลายจุด  เมื่อถึงทะเลแหวกแล้ว  สิ่งที่พบเห็นคือทะเลยใสม๊าก เค้าจะเดินได้ 3 เกาะ แต่ครั้งนี้ที่ไปเดินได้ 2 เกาะเท่านั้น ทรายขาวละเอียดจริงๆ  เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด  จุดนี้ไม่มีปะการัง แต่มีปลาเล็กๆเยอะนะ  จุดที่ 2 คือเกาะไก่  มีจุดดำน้ำที่มีประการัง  จุดนี้รู้สึกจะมีประการังหนาแน่นดี  แต่คงมีนักท่องเที่ยวเยอะ ทำให้ดูบางตากว่าทุกที่ที่ไปมา  เยอะกว่าเกาะเสม็ดหน่อยนึงอาจจะเพราะนักท่องเที่ยวเยอะก็ได้  และแวะทานข้าวที่อ่าวนุ่น(เอ..ไม่แน่ใจ)  จุดที่3 คือเกาะปอดะ จุดนี้มีประการังเยอะที่สุด เพื่อนๆเห็นปลาการ์ตูนด้วย(ปลานิโม้) เราเคยเห็นมาแล้วที่เกาะบุโหลน จ.สตูล จุดสุดท้ายของทริปคือ หาดถ้ำพระนาง  มีหาดทรายขาวสะอาด  น้ำทะเลคลื่นไม่เยอะ และสวยด้วย วันนั้นกลับมาถึงที่พักก็ 4 โมงกว่าคะ เหมาเรือในครั้งนี้ 2000 บาทคะ ปกติก็อยู่ที่ราคา 2500 บาท  เล่นเส้นนิดหน่อย  อิอิอิ  ประหยัดไว้ลูก  วันนี้ไปทานข้าวก็ไม่มีกิจกรรมอะไร   เพราะเหนื่อยกันมาแล้ว  ก็เลยแยกย้ายกันนอน  วันที่ 16 อำลากระบี่กัน  ก็แยกย้ายกันกลับ  ดีใจได้เพื่อนครั้งนี้  เราคงจะได้เจอกันอีกในครั้งต่อไป  มิตรภาพไม่เคยลืมเลือน     ค่าใช้จ่ายในทริปนี้  ค่าห้องพักห้อง 300.- 2 คืน 3 ห้อง  1,200.-  (ผอ.ลดให้เป็นพิเศษ) , one day tour 2000.-   ค่าอาหารรวมแล้วประมาณ คนละ  2,000.- คะ  แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ครั้งใหม่นะคะWink

     

    My Blog First Time

    ขอเริ่มด้วยการบัญทึกการเดินทางละกัน  เป็นคนชอบการเดินทาง  ชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจเลยทีเดียว  ได้พบปะเพื่อนร่วมก๊วน  ทำให้มีความสุข  ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา  ได้ไปเที่ยวมาหลายสถานที่เหมือนกัน  ที่ไหนที่ไปคนเดียวจะรู้สึกเหงาๆบ้าง  เพราะไม่มีเพื่อนคุย  บางทริปไปกับน้องๆ ก็สนุกไปอีกแบบนะ  แต่ไปเที่ยวก็เพื่อนก็มันสุดๆๆ  กิจกรรมก็ไม่มีอะไรมาก  แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ  ได้คุยได้โม้กันไปหลายๆเรื่องของแต่ละคน  เพื่อนที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันก็มี พี่ชาย  แป๋วแว๋ว  ม่วย  พี่เก๋  และ หนู๋ฟ้า  เปิดตัวแค่นี้ก่อนละกันนะ  แล้วจะมาลงข้อมูลใหม่  ไปว่ายน้ำแว้วละคะ บ๊าย บาย คะ